
แบต LiFePO4 (Lithium Iron Phosphate) เป็นแบตลิเทียมชนิดหนึ่ง จุดเด่นคือ “โครงสร้างเคมีเสถียรสูง” ต่างจากลิเทียมทั่วไป (เช่น Li-ion, LiPo) ที่เน้นความหนาแน่นพลังงาน จุดที่ทำให้ LiFePO4 ได้รับความนิยมเนื่องจากความหนาแน่นพลังงานสูง อายุการใช้งานยาวนาน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัย บทความนี้จะประกอบแบตอย่างละเอียดให้ประกอบเองได้ โดยไม่ต้องง้อช่างอีกต่อไป
เครื่องมือวัด
1. มัลติมิเตอร์

2. เครื่องวัด IR

1
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1. ถ่าน 32700 LiFePO4 3.2V จำนวน 8 ก้อน

Trick : ควรเลือกรุ่นเดียวกัน ความจุ (mAh) ใกล้กัน
2. BMS 4S LiFePO4: ขนาด 30A

Trick : ต้องเลือก BMS ที่ใช้กับถ่าน LiFePO4 เท่านั้น BMS สำคัญมากเพื่อป้องกันแบตเตอรี่ชาร์จเกินหรือใช้งานเกิน
3. นิกเกิลเพลท
สำหรับเชื่อมแบตเตอรี่เลือกความหนาให้ตรงกับกระแสที่ใช้


4. เครื่องเชื่อมสปอต
สำหรับเชื่อมต่อนิกเกิลเข้ากับแบต หากไม่มีเครื่องเชื่อมสปอตสามารถบัดกรีได้

ข้อควรระวัง : การบัดกรีบนแบตตรงๆอาจทำให้แบตได้รับร้อนมากไป ทำให้แบตเสื่อมประสิทธิภาพในการใช้งานเร็วมากกว่าการใช้เครื่องเชื่อมสปอต
5. สายไฟขนาด 16 AWG

Trick : ควรเลือกขนาดให้พอดีกับกระแสที่ใช้ หากใช้สายไฟเล็กเกินไปจะทำให้สายร้อนจัด ฉนวนหุ้มสายละลายและเกิดลัดวงจรหรือไฟไหม้ได้
6. เทปใยสับปะรด (Filament Tape)
เป็นเทปกาวที่เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยไฟเบอร์กลาส มีความเหนียวแน่น ทนความร้อนได้ดี

7. แผ่นฉนวน สำหรับปิดหัวขั้วบวก

8. เคสสำหรับประกอบ

9. กาวซิลิโคนกันน้ำ ทนความร้อน

1
วีธีการประกอบแบต LiFePO4 32700 แบบ 4S2P

1
ขั้นตอนที่ 1
นำแบต LiFePO4 32700 จำนวน 8 ก้อน วัดค่า IR (ความต้านทานภายใน)ให้มีค่าใกล้เคียงกันทุกก้อน แต่ละก้อนควรมีค่าห่างกันไม่เกิน 0.05 หากวัดแล้วหาค่าที่ใกล้เคียงกันไม่ได้ ให้นำแบตไปชาร์จบาลานซ์เพื่อให้ค่า IR ใกล้เคียงกันที่สุด


Trick : หากค่า IR ต่างกันมาก จะทำให้โหลดไม่เท่ากันเกิดความร้อนและทำให้อายุการใช้ลดลง
ขั้นตอนที่ 2
เมื่อวัดค่า IR แล้วให้ติดฉนวนที่ขั้วบวกของแบตทุกก้อน

Trick : บริเวณขั้วบวก(ตรงกลางหัว) กับบริเวณขั้วลบ(ตัวปลอกรอบนอกทั้งหมด) มีระยะห่างแคบมาก การปิดฉนวนป้องกันแผ่นนิคเกิลล้นไปโดนขอบ หรือสปอตพลาดไปโดนขั้วลบถ้ามีฉนวนก็สามารถป้องกันไม่ให้แบตลัดวงจรได้
ขั้นตอนที่ 3
นำถ่าน 32700 มาวางเรียงสลับขั้วบวกและขั้วลบให้ครบทั้ง 8 ก้อน

ขั้นตอนที่ 4
หลังจากเรียงแบตเสร็จแล้วให้ทำการสปอตนิกเกิล โดยใช้เครื่องสปอตยึดนิกเกิลเชื่อมต่อแบตเตอรี่ตามภาพ เชื่อมขั้วบวกชุดที่ 1 เข้ากับขั้วลบชุดที่ 2 ไปจนครบชุด เมื่อเชื่อมจนครบทุกจุดให้เช็คไฟออกด้วยมัลติมิเตอร์



ข้อควรระวัง : หากไม่มีเครื่องเชื่อมสปอตให้ใช้การบัดกรีได้ แต่การบัดกรีขั้วแบตต้องทำให้เร็ว ไม่จี้ซ้ำหลายรอบ หรือใช้ฟลักซ์ช่วยในการบัดกรี จะช่วยลดการเกิดความร้อนสะสมของแบตได้
ขั้นตอนที่ 5
ให้ใช้เทปสับปะรดพันรอบๆตัวแบตให้แน่น 1-2 ทบ หรือมากกว่านั้น เพื่อล็อคเซลให้แน่นเป็นก้อนเดียว จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสโลหะในระหว่างการประกอบแบต


ข้อควรระวัง : ไม่ควรพันเทปหนาจนเกินไป เพราะทำให้แบตไม่สามารถระบายความร้อนได้
ขั้นตอนที่ 6
ให้ต่อสายไฟหลักเข้ากับ P+ และ P- ของ BMS และตัดแผ่นฉนวนให้เท่ากับ BMS ติดที่ด้านหลัง เพื่อไม่ให้ BMS สัมผัสกับตัวแบต ป้องกันการช็อตกัน



Trick : การติดฉนวนจะช่วยป้องกันการช็อตกันระหว่าง BMS และตัวแบต
ขั้นตอนที่ 7
เมื่อทำการต่อสายไฟและติดฉนวนเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการติดตั้ง BMS


ขั้นตอนที่ 8
เมื่อติด BMS แล้ว ให้ต่อสาย BMS เข้ากับขั้วแบตเตอรี่แต่ละชุด โดยจะเริ่มจาก B- ก่อน โดยจะมีการเรียงลำดับดังนี้ B- → B1 → B2 → B3 → B+


ขั้นตอนที่ 9
เมื่อต่อสายเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เช็คไฟออกด้วยมัลติมิเตอร์


ขั้นตอนที่ 10
ตัดฉนวน 2 แผ่น ขนาดให้เท่ากับตัวแบต และนำไปติดเข้าที่ตัวแบตทั้งสองด้าน

ขั้นตอนที่ 11
วัดไฟออกด้วยมัลติมิเตอร์แล้วให้ประกอบตัววัดแบตเข้ากับฝาเคส ขันน็อตให้แน่น

ขั้นตอนที่ 12
หลังจากนั้นให้ต่อสายไฟใช้งาน

ขั้นตอนที่ 13
ต่อสายวัดแบตที่ขั้ว P+ และ P- แล้วเช็คไฟที่หน้าจอแสดงผล

ขั้นตอนที่ 14
เมื่อมีไฟที่หน้าจอแสดงผลแล้ว ให้ใส่แบตที่ติดฉนวนแล้วลงไปในเคส ปิดฝาให้แน่น

Trick : หากฝาปิดไม่แน่นให้ใช้กาวซิลิโคนหรือกาวร้อนติดได้
ขั้นตอนที่ 15
ประกอบแบตเข้ากับเคสเรียบร้อย ให้เช็คไฟออกอีกครั้ง





